แปรงที่ดี ไม่ใช่แค่ปัดได้
แต่ต้องทำให้เมคอัพทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ

และขนแปรงมีเอฟเฟคต่อผลลัพธ์มากที่สุด

บทความนี้จะพาเพื่อนๆ ไปรู้จักขนแปรงแต่ละชนิด
เพื่อให้เราได้เลือก “สิ่งที่เหมาะกับตัวเองที่สุด”

หลักๆ ขนแปรงแบ่งเป็น 2 ชนิด

ขนสัตว์แท้และขนสังเคราะห์

ซึ่งขนเราจะมาเจาะลึกชนิดของขนสัตว์แต่ละประเภทที่นำมาทำแปรงแต่งหน้า แบบไหนเหมาะกับใคร

1.ขนแพะ 🐐 (Goat Hair)

เป็นขนที่นิยมนำมาทำแปรงแต่งหน้ามากที่สุด เนื่องจากให้ผลลัพธ์สีที่ดีให้ความชัดเจนของพิกเมนท์ เหมาะกับการทำแปรงแก้ม, แป้ง, ตา, คอนทัวร์, ไฮไลต์ ขนแพะจะมีหลายชนิดแยกตามส่วนต่างๆของแพะ ส่วนที่นุ่มที่สุดคือ ขนช่วงอก ส่วนมากนำเข้าจากญี่ปุ่นและจีน เรียงลำดับความนุ่มจากมากไปน้อยนะคะ

1.1 Saibikoho ทำจากขนส่วนอก จัดว่าเป็นขนที่ดีที่สุด นุ่มสุด หายาก และแพงที่สุด (บางคนบอกว่าขนชนิดนี้นุ่มกว่าขนกระรอกด้วยซ้ำ)

1.2 Saikoho ทำจากขนส่วนอก มีความนุ่มเบาสบายผิว พบมากในแถบประเทศจีน ญี่ปุ่น ส่วนใหญ่เป็นสีขาว แปรง S series ที่มีรหัสขึ้นต้นด้วยเลข 3 จัดอยู่ในกลุ่มนี้

1.3 Sokoho ทำจากขนส่วนอก มักนำมาย้อมสีดำเพื่อแยกเกรด จัดเป็นขนแพะเกรดสูงที่นิยมใช้ในเคาเตอร์แบรนด์ จัดว่านุ่มในระดับดี มีความแข็งแรงทนทาน แปรง S series รุ่นแรก (รหัสขึ้นต้นด้วย 1) จะอยู่ในเกรดนี้

1.4 Hakutotsuho ทำจากขนส่วนหลังและส่วนท้อง ขนสั้น นุ่มกลางๆ นิยมนำมาทำแปรงขนแน่นๆ เช่นแปรงลงรองพื้น แปรงล้างหน้า

1.5 Otosuho ทำจากขนช่วงไหล่หรือขาหน้า คุณภาพค่อนข้างต่ำมักนำมาใช้เพื่อลดต้นทุน

2.ขนม้า 🐴 (Pony Hair)

ทำจากขนม้าแคระ สีออกน้ำตาล ให้สีชัดพอๆกับขนแพะ แต่ราคาถูกกว่า ขนม้ามักจะหักง่าย จึงมักใช้ผสมกับขนอื่นๆ หรือทำแปรงขนาดเล็ก ที่มีขนสั้น อย่างกลุ่มแปรงตา, ไลน์เนอร์

3. ขนแบดเจอร์ (Bagder Hair)

คือขนแปรงที่มาจากขนของสัตว์ชนิดหนึ่งที่เรียกว่า “ตัวแบดเจอร์”

ซึ่งลักษณะเด่นของขนชนิดนี้คือ โคนแข็ง ปลายนุ่ม ให้เส้นคมชัด
มี texture ที่คอนโทรลง่ายช่วยให้ “จิกสีได้ดี” และสร้างเส้นที่ชัด

ขนชนิดนี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับแปรงคิ้ว

4.ขนตระกูลเพียงพอน (Mustela)

เพียงพอนนะคะไม่ใช่พังพอน หลายคนคิดว่าคือตัวเดียวกัน แต่ความจริงเค้าอยู่คนละสายพันธุ์กัน

ขนชนิดนี้จะเน้นใช้กับงานครีมเป็นหลัก อย่างกลุ่มรองพื้น คอนซีลเลอร์ ลิป มีลักษณะเรียบลื่น เรียกชื่อตามชนิดของสายพันธุ์

4.1 ขนเซเบิ้ล (Sable Hair) จัดว่าเป็นขนที่หายาก และราคาสูง จึงมักใช้ทำแปรงขนาดเล็ก เหมาะกับการลงเครื่องสำอางแบบครีม หรืองานเปียก ขนแปรงจะทำหน้าที่อุ้มน้ำและค่อยๆปล่อยผลิตภัณฑ์ลงสู่ผิวอย่างสม่ำเสมอ จะใช้ขนจากส่วนหางในการผลิต เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า Kolinsky (โคลิงสกี้)

ขนที่ดีที่สุดคือ ขนเซเบิ้ลเพศผู้ที่ตัดในช่วงฤดูหนาว (หายากเพราะแบบนี้นี่เอง) ใช้ทำแปรงอายแชโดว ลิป คอนซีลเลอร์

4.2 ขนวีเซล (Weasel) มีลักษณะคล้ายขนเซเบิ้ล แต่ขนสั้นกว่า และราคาถูกกว่า ใช้ทำแปรงลิป คอนซีลเลอร์ รองพื้น ขนกลุ่มนี้จะเหมาะกับงานเปียกมากกว่างานฝุ่น ซึ่งก็สามารถใช้กับงานฝุ่นได้เช่นกัน มอบเม็ดสีได้ดี

5. ขนจิ้งจอกเงิน (Silver Fox)

​เป็นขนน้องใหม่ในตลาด Hi-end ที่ได้มาจากอุตสาหกรรมเครื่องนุ่มห่ม

ขนแปรงเส้นกลมนุ่มเด้ง เรียบลื่นตลอดเส้น ให้สัมผัสแปลกใหม่ที่ผสานทั้งความนุ่มลื่นและแน่นเฟริ์มในเวลาเดียวกัน จับเม็ดสีได้กลางๆ ไม่บางหรือชัดเกินไป เหมาะสำหรับเครื่องสำอางแบบฝุ่นแห้งเท่านั้น

นุ่มแบบกระรอก ลื่นแบบเซเบิ้ล จิกสีคล้ายขนแพะผสมกระรอกเทา ขนเฟริ์มและยืดหยุ่นให้ฟีลทั้งนุ่มและลื่นไม่เหมือนใคร คือคุณสมบัติของขนจิ้งจอกเงินนั่นเองค่า

6.ขนกระรอก 🐿 (Squirrel Hair)

จัดว่าเป็นขนที่นุ่มที่สุด ราคาแพงกว่าขนชนิดอื่น ซึ่งตอนนี้หลายประเทศออกกฎหมายห้ามทำฟาร์มแล้ว

โดยรวมขนรอกเหมาะกับผลิตภัณฑ์แบบฝุ่นแห้งๆเท่านั้น เพราะขนเค้าเส้นเล็กมีความบางเบา ไม่เหมาะกับงานเปียกแบบพวกครีมรองพื้น ซึ่งความนุ่มของน้องกระรอกนั้น ยิ่งนุ่มก็ยิ่งให้สีน้อย (เหมาะกับการเบลนฟุ้งๆนัวๆ) ขนกระรอกจะแยกชนิดตามสายพันธุ์

6.1 กระรอกเทา Blue Squirrel ขนสีออกน้ำตาลเทาๆ มีความนุ่มมากที่สุด นุ่มละมุน เบาสบายผิว แต่จิกสีได้น้อย ราคาสูงมาก ใช้ทำแปรงแป้ง แก้ม ไฮไลต์

6.2 กระรอกไพน์ Pine Squirrel มีทั้งกระรอกไพน์เหลือง และกระรอกไพน์ขาว จิกสีดีกว่าและนุ่มน้อยกว่ากระรอกเทาเล็กน้อย ใช้ทำแปรงตา ปัดแก้ม คอนทัวร์

มีขนแปรงอีกประเภทหนึ่งที่มีความนุ่มใกล้เคียงขนกระรอก ทำจากขนสังเคราะห์ Top grade ซึ่งใช้ในแปรงของ BRUSHSTUDIOรุ่น To go ซึ่งเป็น vegan 100%

7.ขนสังเคราะห์ (Synthetic)

ขนสังเคราะห์ถูกพัฒนาขึ้นมาในช่วงแรกเพื่อใช้เป็นทางเลือกแทนขนสัตว์ ทำให้ต้นทุนเข้าถึงง่ายขึ้น ควบคุมคุณภาพได้สม่ำเสมอมากกว่า

ปัจจุบันเทคโนโลยีของขนสังเคราะห์ได้พัฒนาไปไกล มีความนุ่มใกล้เคียงขนสัตว์แท้ จนกลายเป็นตัวเลือกหลักของทั้งมือใหม่และมืออาชีพ

สิ่งที่หลายคนอาจยังไม่รู้คือ
ขนสังเคราะห์ไม่ได้มีแค่แบบเดียว
แต่สามารถแบ่งตาม “ลักษณะเส้นใย” ซึ่งส่งผลต่อการใช้งานโดยตรง

โดยหลักๆ แบ่งออกเป็น 2 ประเภท:

7.1 ขนสังเคราะห์แบบ “ขนเรียบ” (Straight Synthetic Fiber)

เส้นขนมีผิวเรียบตลอดเส้น ไม่มีลอนหรือหยัก มีคุณสมบัติดูดซับผลิตภัณฑ์น้อย ปล่อยเนื้อผลิตภัณฑ์ได้ดี

เหมาะกับ:

  • เครื่องสำอางเนื้อครีม / เนื้อลิควิด เช่น รองพื้น คอนซีลเลอร์
  • งานที่ต้องการ “ความเนียนและความแม่นยำ”

7.2 ขนสังเคราะห์แบบ “ขนหยัก” (Wavy Synthetic Fiber)


เส้นขนมีลอนหยักเล็กๆ เพื่อเพิ่มพื้นผิวเลียนแบบโครงสร้างของขนธรรมชาติ
ทำให้สามารถจับเม็ดสีได้กว่าขนเรียบ

เหมาะกับ:

  • เครื่องสำอางเนื้อฝุ่น เช่น แป้ง บลัช อายแชโดว์
  • งานที่ต้องการ “การเบลนด์” และ “ความฟุ้ง”

อินโฟกราฟิกเปรียบเทียบขนแปรงแต่งหน้า 6 ชนิด สัมผัส จุดเด่น การใช้งาน และความเหมาะสม โดย Brush Studio